หน้าแรก / News / Forwarded News / ประเทศไทย: สนับสนุนข้อเสนอให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมประชาชนผู้เข้าร่วมชุมนุม จากฐานความผิดที่เกี่ยวกับการฝ่าฝืนประกาศตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548

ประเทศไทย: สนับสนุนข้อเสนอให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมประชาชนผู้เข้าร่วมชุมนุม จากฐานความผิดที่เกี่ยวกับการฝ่าฝืนประกาศตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548

June 19, 2010
Share |

English

เรียนทุกท่าน
 
เราปรารถนาที่จะส่งต่อแถลงการณต่อไปนี้ ซึ่งจัดทำโดย เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (HRLA) สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) และมูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF)

คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย
ฮ่องกง

-------------
เพื่อการเผยแพร่ทันที
AHRC-FST-046-2010-TH
วันที่ 17 มิถุนายน 2553

แถลงการณ์โดย เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (HRLA) สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) และมูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) ส่งต่อโดย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย (Asian Human Rights Commission)

ประเทศไทย: สนับสนุนข้อเสนอให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมประชาชนผู้เข้าร่วมชุมนุม จากฐานความผิดที่เกี่ยวกับการฝ่าฝืนประกาศตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548


เผยแพร่เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2553
แถลงการณ์ฉบับที่ 7

สนับสนุนข้อเสนอให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมประชาชนผู้เข้าร่วมชุมนุม จากฐานความผิดที่เกี่ยวกับการฝ่าฝืนประกาศตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548


สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2553 อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เสนอให้มีการศึกษาความเป็นไปได้ในการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ผู้เข้าร่วมชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาชนประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) เพื่อนิรโทษกรรมผู้เข้าร่วมชุมนุมที่ไม่ได้กระทำความผิดอาญาร้ายแรง

เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาน (สสส.) และมูลนิธิผสาน
วัฒนธรรม สนับสนุนข้อเสนอดังกล่าว ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

1. การที่ประชาชนเข้าร่วมชุมนุมกับ นปช. เป็นการชุมนุมทางการเมืองของบุคคลและประชาชนที่มีความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างจากรัฐบาลที่บริหารประเทศ จนท้ายที่สุดได้เกิดเหตุการณ์รุนแรงทางการเมืองขึ้น ซึงต่อมาได้มีการจับกุม ควบคุมตัว และดำเนินคดีต่อประชาชนผู้เข้าร่วมชุมนุมจำนวนมาก รวมทั้งผู้ที่มิได้เข้าร่วมชุมนุมด้วย ด้วยเหตุเพราะมีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืน ประกาศตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ที่ห้ามชุมนุม ให้ออกจากพื้นที่ชุมนุม หรือห้ามออกจากเคหสถาน ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท โดยที่ประชาชนดังกล่าวมิได้มีการกระทำอันเป็นความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา และนอกจากผู้เข้าร่วมชุมนุมแล้ว ยังพบว่า ข้อมูลรายชื่อผู้ถูกจับกุมและควบคุมตัวที่มีการเปิดเผย มีทั้งเด็กและเยาวชน ทั้งหญิงและชาย ถูกจับกุมและควบคุมตัวเป็นจำนวนมาก เนืองจากฝ่าฝืนพระราชกำหนดเดียวกัน โดยที่บุคคลดังกล่าวอาจมิได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมแต่อย่างใด

2. หากมีการดำเนินคดีกับประชาชนผู้ชุมนุมที่มีความเห็นต่างทางการเมือง ซึ่งมิได้กระทำการอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาอื่นใด นอกจากความผิดจากการฝ่าฝืนพระราชกำหนดดังกล่าว การดำเนินคดีต่อไปย่อมเป็นการลิดรอนเสรีภาพของประชาชนจนเกินสมควร และไม่คำนึงถึงหลักการแห่งระบอบประชาธิปไตย

เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) และมูลนิธิผสาน
วัฒนธรรม จึงมีข้อเสนอต่อรัฐบาลดังต่อไปนี้

1. ขอให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมประชาชนผู้เข้าร่วมชุมนุม ที่ถูกควบคุมตัวจากฐานความผิดที่เกียวกับการฝ่าฝืนประกาศ ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ไม่ว่าจะเป็นข้อหาร่วมกันชุมนุมโดยฝ่าฝืนพระราชกำหนดฯ ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งให้ออกจากพื้นที่ชุมนุม และข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งห้ามออกจากเคหสถาน ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่มีการประกาศภาวะฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม หากมีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานยืนยันชัดแจ้งว่า บุคคลใดเป็นผู้ใช้ความรุนแรงกระทำการ หรือก่อให้เกิดความสูญเสีย แก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชน อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ก็มีความจำเป็นต้องนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมายต่อไป
2. ดำเนินการการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างเพียงพอแก่ประชาชน ทั้งที่เป็นผู้ร่วมชุมนุมและมิใช่ผู้ร่วมชุมนุม ที่ได้รับผลกระทบ และถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ จากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จากการบังคับใช้พระราชกำหนดดังกล่าว เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐในการคุ้มครองปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชน

3. ยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงตาม พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 โดยทันที

กฎหมายนิรโทษกรรม และการยุติการลิดรอนสิทธิเสรีภาพ จะช่วยลดแรงกดดันทางการเมือง
เพื่อให้เกิดบรรยากาศการหันหน้าเข้ามาพูดคุยหารือกัน เพื่อการปฏิรูปประเทศไทยไปสู่สังคมที่มีความเสมอภาค ความยุติธรรม ตามหลักการแห่งสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตยต่อไป

เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (HRLA)
สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.)
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF)

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ:
เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (HRLA)
โทร./โทรสาร: +66 2 693 4939, +66 2 693 0682
เวปไซต์ : www.naksit.org
อีเมล์ : HRLA2008@gmail.com, yadadear@gmail.com
#  #  #

เกี่ยวกับ AHRC: คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย (The Asian Human Rights Commission) เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนในระดับภูมิภาค ที่ดำเนินการตรวจสอบและรณรงค์ในประเด็นสิทธิมนุษยชน ในภูมิถาคเอเชีย โดยมีสำนักงานตั้งอยู่ที่ฮ่องกงมาตั้งแต่ ปีพ.ศ. 2527 ซึ่งแถลงการณ์ข้างต้นเป็นเพียงการส่งต่อโดย AHRC.

Document Type :
Forwarded Statement
Document ID :
AHRC-FST-046-2010-TH
Countries :
Document Actions
Share |