หน้าแรก / News / AHRC News / โลก/เกาหลีใต้ : ความเป็นอิสระของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสาธารณรัฐเกาหลีถูกคุกคาม

โลก/เกาหลีใต้ : ความเป็นอิสระของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสาธารณรัฐเกาหลีถูกคุกคาม

January 18, 2008
Share |

English

เพื่อการนำเสนอในทันที
แถลงการณ์ฉบับที่ AHRC-STM-017-2008-TH
18 มกราคม 2551

แถลงการณ์โดยคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย

โลก/เกาหลีใต้: ความเป็นอิสระของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสาธารณรัฐเกาหลีถูกคุกคาม


ข้อเสนอแนะซึ่งจัดทำโดยประธานคณะทำงานเพื่อการเปลี่ยนผ่านสำหรับประธานาธิบดี (The Presidential Transition Team) ได้เสนอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสาธารณรัฐเกาหลี (The National Human Rights Commission of Korea (NHRCK)) ตกอยู่ภายใต้การควบคุมโดยขึ้นตรงต่อประธานาธิบดี อันเป็นการคุมคามความเป็นอิสระของคณะกรรมการดังกล่าว คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนนี้ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2544 ด้วยความเห็นชอบของคนส่วนใหญ่ในประเทศเกาหลีที่ต้องการขัดขวางไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างซ้ำซาก ที่สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศเกาหลีตกอยู่ภายใต้การปกครองในระบบเผด็จการทหาร คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนมีความสำคัญในการเป็นตัวชี้วัดถึงการพัฒนาระบบประชาธิปไตยของประเทศเกาหลี การโจมตีความเป็นอิสระของคณะกรรมการจะเป็นสิ่งที่เสื่อมถอยที่สำคัญยิ่งในความพยายามต่อสู้เพื่อระบอบประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนของประเทศ มันจะทำลายสถานภาพและความน่าเชื่อถือของสาธารณรัฐเกาหลีในระดับนานาชาติอีกด้วย

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2551 ประธานคณะทำงานเพื่อการเปลี่ยนผ่านสำหรับประธานาธิบดี Lee Kyung-sook ได้แถลงข่าวถึงร่างการเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ขององค์กรต่างๆของรัฐบาล เพื่อที่จะทำให้งานของรัฐบาลลดลงและเพิ่มความมีประสิทธิภาพให้มากขึ้น คณะทำงานดังกล่าวได้ตั้งขึ้นเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาสำคัญในทางปฏิบัติเพื่อปูทางสำหรับการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหารต่อไปก่อนที่จะมีการทำงานอย่างเป็นทางการ
ร่างดังกล่าวได้เสนอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสาธารณรัฐเกาหลีอยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงของประธานาธิบดี โดยให้เหตุผลไว้ 3 ประการ คือ 1) กรรมการส่วนใหญ่อยู่ใต้รัฐบาลและพวกเขาขัดขวางฝ่ายบริหารที่ทำหน้าที่และขัดขวางการตัดสินใจที่รวดเร็ว 2) คณะกรรมการสิทธิละเมิดหลักการแบ่งแยกอำนาจทั้งสาม 3 ซึ่งกำหนดโดยรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐเกาหลี เพราะคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสาธารณรัฐเกาหลีมีสถานะที่เป็นอิสระซึ่งไม่ขึ้นกับฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ 3) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเกาหลีต้องเป็นไปตามสถานภาพที่เป็นธรรมดาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนซึ่งขณะนี้มีสถานะสิ่งที่สูงเกินไป
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสาธารณรัฐเกาหลีได้ก่อตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2544 หลังจากมีการอภิปรายแลกเปลี่ยนความเห็นกันอย่างกว้างขวางหลายครั้งโดยหลายภาคส่วนในประเทศเกาหลีมากว่า 3 ปี ในช่วงเวลาที่รัฐบาลทหารสมัยเป็นอาณานิคมของประเทศญี่ปุ่นได้บังคับปกครองสังคมอยู่หลายปี การสอบสวนในเรื่องดังกล่าวเพื่อดำเนินคดีโดยหน่วยงานที่มีหน้าที่สอบสวนได้ดำเนินการต่างๆในลักษณะที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและหลักแห่งความยุติธรรม มันไม่ได้เติมเต็มหลักการสอบสวนซึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้ายเพื่อปกป้องและสนับสนุนสิทธิมนุษยชนของประชาชนในประเทศแต่อย่างใด ด้วยความรับรู้ในสถานการณ์ดังกล่าว ประชาชนจึงได้ร่วมกันตัดสินใจก่อตั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเกาหลีขึ้น โดยมีความเห็นว่าให้มีหลักประกันความเป็นอิสระของคณะกรรมการสิทธิจากอำนาจของรัฐบาล
กฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการสิทธมนุษยชน ได้บัญญัติอำนาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเกาหลีให้มีอำนาจตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยองค์กรซึ่งเป็นผู้ใช้กฎหมายด้วย ไม่ยกเว้นแม้กระทั่งฝ่ายบริหารและประธานาธิบดี อย่างไรก็ตาม หากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเกาหลีตกอยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงของประธานาธิบดี มีความเป็นไปได้ที่จะมีการสอบสวนในการตัดสินใจทางการเมืองของประธานาธิบดี ข้อโต้แย้งในเรื่องความเป็นอิสระเป็นสิ่งแรกที่นำมาจาก “หลักการกรุงปารีส (Paris Principles)” ซึ่งถูกรับมาโดยการที่ประชุมใหญ่ ตามมติที่ 48/134 เมื่อเดือนธันวาคม 2536 โดยไม่ต้องสงสัย ความเป็นอิสระเป็นพื้นฐานที่สำคัญยิ่งต่อผลกระทบและการดำรงอยู่ของมัน
ถึงแม้ว่า คณะทำงานได้อ้างถึงเหตุผลหนึ่งที่ว่าเพื่อ “เป็นการแบ่งแยกอำนาจทั้งสามอำนาจ” แต่อย่างไรก็ตาม มันไม่แน่ชัดในความสัมพันธ์เกี่ยวกับการถ่วงดุลอำนาจที่จะไม่ละเมิดรัฐธรรมนูญ ดังนั้น สิทธิมนุษยชนจึงถูกกำหนดให้เป็นหนึ่งในทฤษฎีหลักที่ใช้ในการถ่วงดุลอำนาจระหว่างรัฐธรรมนูญกับสถาบันรัฐบาลซึ่งรวมถึงฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการ ความเป็นอิสระของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น ในการใช้ตรวจสอบอำนาจรัฐและการแบ่งแยกอำนาจที่แท้จริง
คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชียขอเรียกร้องให้ นาย Lee Myung-bak ประธานาธิบดีที่ได้รับเลือกตั้งคนใหม่ของประเทศเกาหลีใต้ ยกเลิกแผนที่จะเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งประเทศเกาหลี การทำการประเมินคุณค่าสำหรับหลักการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสาธารณรัฐเกาหลีควรอยู่บนพื้นฐานของการสนับสนุนและปกป้องสิทธิมนุษยชนให้สอดคล้องกับหลักประเพณีปฏิบัติแห่งสากลและที่มาตรฐาน ซึ่งควรถูกอภิปรายโดยการประชุมระดับชาติ มันเป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่า การกำหนดให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสาธารณรัฐเกาหลีอยู่ภายใต้ประธานาธิบดีจะกระทบต่อความเป็นอิสระของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอย่างรุนแรง มันยังแสดงให้เห็นถึงการบิดเบือนสถานภาพของประเทศเกาหลีใต้ในวงการสิทธิมนุษยชน ทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติอีกด้วย
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชียหวังที่จะกระตุ้นเตือนให้ประธานาธิบดีที่ได้รับเลือกตั้ง นาย Lee Myung-bak ตระหนักถึงความจริงที่ว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสาธารณรัฐเกาหลีได้ก่อตั้งขึ้นภายใต้ความตกลงของสังคมซึ่งเป็นความเห็นของคนส่วนใหญ่ และการต่อต้านความเห็นส่วนใหญ่นี้จะก่อให้การโต้แย้งอย่างหนัก และยังปรารถนาที่จะชี้ให้เห็นว่าคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Commission on Human Rights) ซึ่งถูกเปลี่ยนเป็นคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Human Rights Council) และหลักการและสถานภาพของมันได้ถูกยกให้สูงขึ้นโดยคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคม (ECOSOC) ในการประชุมใหญ่เมื่อปี 2549 เลขาธิการใหญ่ในการประชุม คือ นาย Ban Ki-moon ผู้ซึ่งรัฐบาลเกาหลีใต้ภาคภูมิใจ เมื่อเขาได้รับเลือกตั้งในปี 2550 ในขณะที่ปี 2551 รัฐบาลใหม่แห่งเกาหลีใต้พยายามควบคุมสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

Document Type :
Statement
Document ID :
AHRC-STM-017-2008-TH
Countries :
Document Actions
Share |
Subscribe to our Mailing List
News Filter
Follow AHRC