ประเทศไทย: ประเทศเพื่อนบ้านที่ได้รับผลกระทบจากไซโคลนต้องการความช่วยเหลือมากกว่านี้
สำหรับการเผยแพร่ทันที
จดหมายเปิดผนึกที่: AHRC-OLT-012-2008-TH
7 พฤษภาคม 2551
จดหมายเปิดผนึก ถึงนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย โดยคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย (เอเอชอาร์ซี) (Asian Human Rights Commission :AHRC)
ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช
นายกรัฐมนตรี
ทำเนียบรัฐบาล
ถนนพิษณุโลก เขตดุสิต
กรุงเทพฯ 10300
ประเทศไทย
โทรสาร: +662 282 8631/ 280 1589/ 629 8213
โทรศัพท์: +662 280 1404/ 3000
E-mail: spokesman@thaigov.go.th
เรียน ฯพณฯสมัคร
ประเทศไทย: ประเทศเพื่อนบ้านที่ได้รับผลกระทบจากไซโคลนต้องการความช่วยเหลือมากกว่านี้
คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย (เอเอชอาร์ซี) (Asian Human Rights Commission: AHRC) ยินดีกับข่าวที่ว่า ประเทศไทย ได้ให้ความช่วยเหลือบางประการ แก่ประเทศเมียนมาร์ (พม่า) หลังจากพายุไซโคลน ถล่มประเทศเมียนมาร์ตอนล่าง แต่ยังรู้สึกอย่างแรงกล้าว่า ประเทศไทยสามารถทำอะไรได้มากกว่านี้
จากข้อมูลที่เราได้รับจนถึงปัจจุบัน การบริจาคเบื้องต้นจากประเทศของท่าน คือ เงินจำนวน 100,000 เหรียญสหรัฐ อาหาร 9 ตัน และยามูลค่า 9 ล้านบาท โดยจัดส่งไปกับเครื่องบิน C-130 เราเห็นได้ว่า ท่านได้แสดงความเสียใจ ต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในฐานะตัวแทนของประเทศไทย
ทว่า ปริมาณความช่วยเหลือทางอาหารและยา ดูจะน้อยนิด เมื่อเทียบกับขนาดของหายนะภัยในครั้งนี้ ซึ่งความช่วยเหลือต่างๆ ยังคงถูกละเลยจากประชาชนไทย ที่สามารถแสดงบทบาทสำคัญ ในการดำเนินการได้ ในเวลาเช่นนี้
ประเทศของท่าน มีผู้ที่มีความสามารถและทักษะสูงอยู่มากมาย ทั้งในรัฐบาล และในหน่วยงานของรัฐ รวมทั้งองค์กรเอกชน ที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่มีประสบการณ์และได้รับการฝึกอบรม ในช่วงระหว่างและหลังเหตุการณ์สึนามิ ในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งจะสามารถทำประโยชน์ ได้มากมาย ในการรับมือกับไซโคลน การที่ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ของท่านได้ระบุว่า มีความคล้ายคลึงกันระหว่างโศกนาฏกรรมครั้งนี้ กับครั้งที่เกิดขึ้นเมื่อเพียงไม่กี่ปีก่อน ชี้ให้เห็นถึงข้อเท็จจริงนี้ได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ท่านยังมีอุปกรณ์จำนวนมาก ในประเทศไทย ที่สามารถใช้สำหรับงานประเภทนี้ แต่เป็นอุปกรณ์ ที่ขาดแคลนในประเทศเมียนมาร์ มีรายงานว่า ณ ปัจจุบัน ประชาชนคนธรรมดา เป็นผู้เก็บกวาด และฟื้นฟูพื้นที่ที่ประสบภัย โดยปราศจากการสนับสนุนเฉพาะทาง หรือเครื่องจักรอย่างใด ๆ เนื่องจาก ส่วนใหญ่แล้วเมียนมาร์ขาดแคลนสิ่งเหล่านั้น อีกทั้ง ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ได้รับการรักษาพยาบาลบาดแผลที่บ้าน แทนที่จะได้รับความช่วยเหลือที่จำเป็น แต่ทว่า เครื่องจักรและการบริการดังกล่าว เป็นสิ่งที่มีอยู่ในประเทศไทย ซึ่งอยู่ห่างกันเพียงหนึ่งชั่วโมงบิน จากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด และเป็นประเทศที่มีพรมแดน ร่วมกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรองๆ ลงมาอีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ข้อได้เปรียบของการให้ความช่วยเหลือเช่นนี้ ก็คือ รัฐบาลของท่านและตัวแทน จะสามารถควบคุม การให้ความช่วยเหลือแบบนี้ได้ มากกว่าเพียงแค่การให้เงินผ่านทาง สถานทูตเมียนมาร์ หรือ โดยเพียงการนำสิ่งของไปส่งไว้ที่สนามบิน
ในสถานการณ์ ที่ไม่มีโครงการฟื้นฟูที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งดำเนินอยู่ในเมียนมาร์ขณะนี้ อาจจะส่งผลกระทบโดยตรง ต่อประเทศไทยได้ โดยปัจจุบันนี้ ก็มีแรงงานข้ามชาตินับล้านๆ คน ที่เข้ามาในประเทศของท่าน ด้วยเหตุจากเศรษฐกิจที่ล่มสลาย และปัญหาทางการเมืองและสังคม ที่สั่งสมมา การเสียชีวิตของแรงงาน 54 คน ในขณะที่ถูกนำไปทำงานที่ภูเก็ต ด้วยการโดยสารไปในรถบรรทุกแช่แข็ง ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ และตกเป็นข่าวพาดหัวในต่างประเทศ ได้เน้นให้เห็นถึงสภาพที่ย่ำแย่ ซึ่งเกิดขึ้นกับคนจำนวนมาก ในเมียนมาร์ ที่ถูกบังคับให้ใช้ชีวิตอยู่เช่นนั้น พายุไซโคลนนี้ จึงเป็นเพียงสิ่งที่ทำให้สภาพเหล่านั้น ย่ำแย่ลงมากกว่าเดิมเท่านั้น งานของท่านในการบรรเทาทุกข์ ให้เมียนมาร์ในวันนี้ จะช่วยลดภาระของประเทศ ของท่านในอนาคต
ดังนั้น เราจึงขอเชิญชวนให้ท่าน พิจารณาถึงการให้ความช่วยเหลือ ที่ท่านมีให้อยู่ในปัจจุบัน ให้ขยายตัวออกไป ทั้งในเชิงปริมาณและประเภทของความช่วยเหลือ ดังที่ ท่านกำลังมอบให้ประเทศเมียนมาร์ ในช่วงเวลาสำคัญนี้ ซึ่งไม่เพียงเพื่อประโยชน์ของคนเหล่านั้น แต่เพื่อประโยชน์ของท่านเองด้วย
ขอแสดงความนับถือ
บาซิล เฟอร์นันโด
ผู้อำนวยการบริหาร
คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย ฮ่องกง
สำเนาเรียน:
1. นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
2. ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
3. ศ.เสน่ห์ จามริก ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

